ปากหนา ฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม? คำถามที่หลาย ๆ คนสงสัยและต้องการทราบคำตอบเนื่องจากอยากปรับรูปทรงของปากให้ดูสวยได้รูป เหมาะกับใบหน้ามากขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากคำถามข้างต้น เชื่อได้ว่าผู้อ่านหลาย ๆ ท่านมักเป็นผู้ที่มีเนื้อปากเยอะอยู่พอควรแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มารับบริการฉีดฟิลเลอร์มากจะเป็นผู้ที่ต้องการแต่งเติมรูปปากให้เต็มและได้รูปมากขึ้น จึงทำให้หลาย ๆ คนสงสัยว่า หากเป็นผู้ที่มีเนื้อปากเยอะหรือเป็นคนปากหนาอยู่แล้วยังสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อยู่หรือไม่ หากฉีดมากไปจะทำให้เสียทรงหรือเปล่า ในบทความนี้เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันค่ะ
ปากหนา ฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม ควรฉีดเท่าไหร่จึงจะพอดี สวยแบบธรรมชาติ
ปัญหารูปทรงของปาก เป็นเรื่องปกติที่ทุก ๆ คนต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็น ใหญ่เกินไป เล็กเกินไป ไม่เหมาะกับสัดส่วนของใบหน้า เป็นต้น ซึ่งการ “ฉีดฟิลเลอร์” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้ปรับรูปทรงรูปปากเป็นอย่างมาก แม้ส่วนใหญ่จะเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาในกลุ่มผู้เข้ารับบริการที่มีปัญหาปากเล็กมากกว่า แต่ก็ใช้ว่าผู้ที่มีเนื้อปากหนาจะไม่สามารถฉีดได้ ซึ่งก่อนที่เราจะไขข้อสงสัยในเรื่องนี้ เรามาทำความเข้าใจเรื่องขนาดของรูปปากของเรากันค่ะ
ปากหนา ปากใหญ่ เกิดจากอะไรได้บ้าง?
สำหรับขนาดของรูปปากของเรานั้น จะใหญ่เกินไป หรือ เล็กเกินไป สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- กรรมพันธุ์ เป็นสาเหตุที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพราะเป็นการส่งต่อกันทาง DNA ของครอบครัว
- อุบัติเหตุ ส่วนมากจะออกมาในรูปแบบของขนาดปากบนและล่างไม่เท่ากัน ส่งผลให้เกิดการขาดความมั่นใจให้กับเจ้าของใบหน้า
- ศัลยกรรมปาก เป็นเคสของผลลัพธ์ศัลยกรรมที่ผิดพลาด ก่อให้เกิดพังผืดไม่เท่ากัน ปากเบี้ยว ทรงไม่สวย เป็นต้น
ซึ่งแต่ละเคสก็จะมีสาเหตุและเนื้อของปากที่หนา จะมากหรือจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
“ฟิลเลอร์ปาก” อีกหนึ่งเทคนิคแก้ไข “ปัญหาปากใหญ่ ปากหนา” โดยไม่ต้องผ่าตัด
การฉีดฟิลเลอร์ปากช่วยปรับรูปทรงปากได้หลายทรง ในกรณีที่ปากหนา ปากใหญ่ ก็สามารถฉีดฟิลเลอร์ปากเพื่อปรับทรงได้ โดยฉีดเน้นขอบจัดทรง ฉีดยกมุมปาก เพื่อช่วยให้ริมฝีปากสมดุลมากขึ้นได้ ซึ่งหลังฉีดใหม่ ๆ อาจมีอาการบวม หรือตึง ๆ ปากบ้างเป็นเรื่องปกครับ อาการเหล่านี้สามารถหายได้เอง และรูปปากจะเริ่มเข้ารูปในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกค่ะ โดยนอกจากนี้ สำหรับใครที่อยากแก้ไขปัญหาปากหนา ปากใหญ่แบบถาวรก็สามารถเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมปากได้ ซึ่งจะแล้วแต่ความสมัครใจของคนไข้ค่ะ
ฉีดฟิลเลอร์ปาก คืออะไร
ฉีดฟิลเลอร์ปาก (Lip Fillers) คือ การฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid: HA) ที่มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ เข้าไปที่บริเวณริมฝีปาก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ร่องปากเนียน และยังช่วยเพิ่มเนื้อปาก ปรับขนาดโครงสร้างของริมฝีปาก ทำให้ริมฝีปากมีความอวบอิ่ม เพิ่มรอยยิ้มสดใส และความเซ็กซี่ให้กับใบหน้า
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ปากที่ทำให้สาว ๆ ติดใจและกลับมาฉีดอีก
แม้จะเป็นเพียงหัตถการฉ๊ดสารเติมเต็มเล็ก ๆ แต่ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์นั้นก็มีประโยชน์อยู่หลายข้อด้วยกัน ดังนี้…
- ปรับเปลี่ยนรูปทรงปากได้ตามต้องการ เช่น เปลี่ยนปากหนา ปากบนใหญ่ หรือปากบางเกินไป ให้เป็นปากกระจับ หรือช่วยปากคว่ำที่ทำให้หน้าดูดุ ไม่น่ามอง ด้วยการยกมุมปากขึ้นจะทำให้กลายเป็นหน้าหวานและยิ้มสวยขึ้น
- ดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องทำแผล ไม่ต้องตัดไหม ไม่มีรอยไหมหรือแผลภายหลังการฉีด มีเพียงรอยเข็มจุดเล็กๆ ซึ่งสามารถปกปิดได้ด้วยการทาลิปสติก และจะจางหายไปภายใน 1 สัปดาห์
- ช่วยให้ปากชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี รวมถึงเพิ่มความอวบอิ่ม ความเซ็กซี่ ซึ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ ชวนมองให้กับใบหน้ามากขึ้น
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ปากแบบเบื้องต้น
สำหรับขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์นั้น ในแต่ละคลินิกจะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับขั้นตอนหลัก ๆ นั้นประกอบด้วย…
- ทำการ Consult กับแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและวางแผนก่อนฉีดให้ครอบคลุมที่สุด
- เริ่มทำความสะอาดใบหน้า ในกรณีที่ผู้เข้ารับบริการแต่งหน้ามา ต้องทำความสะอาดบริเวณที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ให้สะอาดก่อน
- แพทย์ทำการแกะกล่องฟิลเลอร์ให้ผู้เข้ารับบริการดูต่อหน้า เพื่อที่จะให้สามารถทำการตรวจสอบได้ว่าฟิลเลอร์ที่แพทย์นำมาฉีดนั้นเป็นของแท้ก่อนทำการฉีด
- ประคบน้ำแข็ง เพื่อลดความเจ็บจากเข็ม ซึ่งในบางคลินิกอาจเริ่มลงยาชาก่อน หรือบางแห่งก็เริ่มการฉีดฟิลเลอร์เลยทันทีเพราะส่วนใหญ่ในฟิลเลอร์จะมียาชาอยู่แล้วเช่นกัน
- เมื่อฉีดฟิลเลอร์เสร็จแล้ว หมอจะแนะนำวิธีดูแลตัวเองต่าง ๆ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็ว และอยู่ได้นานขึ้น
การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ปาก
หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ผู้เข้ารับบริการควรทราบและทำการอย่างเคร่งครัด ซึ่งการดูแลเบื้องต้นสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ดังนี้…
- หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกาบริเวณที่ฉีดเพราะอาจทำให้เกิดอาการแดงหรือบวม
- ควรงดรับประทานอาหารบางอย่างที่ส่งผลต่อการอักเสบ บวมและทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการสูบบุหรี่
- ควรอยู่ในที่อาการเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม.
- หากก่อนทำไม่ได้รับประทานยาฆ่าเชื้อ หลังทำควรรีบกินยาฆ่าเชื้อทันที
ท้ายที่สุด สำหรับในเรื่องของจุดตำแหน่งที่ต้องการฉีดและปริมาณ cc ที่สามารถเติมเต็มเข้าไปได้นั้น ควรทำการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ทั้งนี้ควรพิจารณาเลือกคลินิคที่ได้มาตรฐานด้วยเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คาดหวังนั่นเองค่ะ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร 7 เมนูตัวร้ายสลายฟิลเลอร์ที่ควรเลี่ยง
ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน ต้องดูแลยังไงให้อยู่ได้นานขึ้น
ข้อ ห้าม หลัง ฉีด filler ที่เหล่า Beginer ควรรู้!
ปรึกษาเพิ่มเติม สอบถามคิว นัดจองคิว
บทความที่น่าสนใจ
ฉีดโบท็อก กินปลาร้าได้ไหม หากเผลอกินเข้าไปจะเกิดอันตรายหรือเปล่า
ฉีดโบท็อก หน้าไม่เท่ากัน ปรับสัดส่วน แก้ให้จึ้ง ทำให้ถึง ที่ Rejavoo
หลังฉีดโบท็อก ห้ามกินอะไรบ้าง ของกิน 4 อย่างที่ควรงด!!
หลังฉีดโบท็อก แต่งหน้าได้ไหม ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะแต่งได้ปกติ
ฉีดฟิลเลอร์ปาก ช้ำม่วง เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่ แก้ยังไงดี
ฟิลเลอร์ละลาย เพราะอากาศร้อน เกิดขึ้นได้มั้ย มาไขข้อสงสัยกัน!
ทำรีแพร์อยู่ได้นานไหม? อยากให้ความฟิตอยู่นานๆ ดูแลยังไงดี
ช่องคลอดหลวม หลังคลอด คุณแม่หนักใจ ทำยังไงให้ฟิตเหมือนเดิม?
ฉีด โบ ท็ อก แล้วปากเบี้ยว แก้ ยัง ไง เป็นผลข้างเคียงอันตรายที่ต้องหาหมอหรือเปล่า?